อดีตนายก อบต.หัวร้อน จอดรถลงมายิงรองนายก อบต.เพื่อนรัก คาดปมขัดแย้งเลือกตั้ง

ข่าว

เดือด! อดีตนายก อบต.หัวร้อน ขับกระบะมาจอด แล้วเดินลงไปคุยกับรองนายก อบต. เพื่อนสนิท ที่ขับรถมาอีกคัน ก่อนชักปืนยิงใส่ ตร.คาดปมขัดแย้งเลือกตั้ง

 

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.65 พ.ต.ท.ประเสริฐ เดชสุภา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณลานจอดรถริมถนน ด้านหน้าสุสานบ้านเกาะไร่ ซึ่งอยู่ห่างจากด้านหลัง อบต.เกาะไร่ อ.บ้านโพธิ์ ไปเพียงประมาณ 80 เมตร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ยอดกระโหม ผกก.สภ.แสนภูดาษ และกำลังฝ่ายสืบสวน  

ที่เกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บถูกช่วยเหลือนำส่งไปยัง รพ.พุทธโสธร และรพ.เกษมราษฎร์ฉะเชิงเทรา แล้วจำนวน 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมหวัง ยิ้มวิลัย อายุ 72 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณเหนือหน้าอกซ้าย 1 นัด และมีรอยกระสุนถากที่หัวไหล่ขวาอีก 1 นัด และนายสมเดช หร่ายมะณี อายุ 69 ปี ถูกกระสุนปืนถากที่ศีรษะเหนือคิ้วด้านขวา 1 แผล

สอบถาม นางซาลาม็อก (สงวนนามสกุล) อายุ 78 ปี ชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 4 นัด ที่บริเวณด้านหน้าสุสานเกาะไร่ แต่ไม่ได้ออกมาดู แต่เมื่อเดินมายังที่ร้านค้าหน้าสุสาน จึงพบว่ามีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้น โดยที่ผู้ที่ถูกยิงนั้นเคยเป็น อดีตสมาชิก อบต.เกาะไร่ เมื่อสมัยที่ผ่านมา แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนั้นไม่ได้ลงสมัคร จึงมาช่วยฝ่ายภรรยาขายของ อยู่ที่แผงค้าน้ำด้านหน้าสุสานแห่งนี้

“ส่วนอีกรายเป็นอดีตนายก อบต.เกาะไร่ สมัยก่อนหน้า และปัจจุบันเป็นรองนายก อบต.เกาะไร่ แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น จนถึงขั้นต้องใช้อาวุธปืนยิงกัน จึงทำให้ตนและชาวบ้านตกใจมาก เนื่องจากชุมชนแห่งนี้อยู่ร่วมกันมาด้วยความสงบสุขมาโดยตลอดกว่า 70 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ตนเกิดมาในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย” นางซาลาม็อก กล่าว

ด้าน นายสุรเชษฐ์ ยะโกบี อายุ 45 ปี กำนันตำบลเกาะไร่ กล่าวว่า ปกติทั้ง 2 คนนี้เป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก เคยไปมาหาสู่กันเป็นประจำ และยังเป็นทีมผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสนามการเมืองท้องถิ่นทีมเดียวกันมาก่อนอีกด้วย จึงไม่ทราบว่ามีอะไรที่เป็นสาเหตุจนถึงขั้นต้องใช้อาวุธปืนยิงกันเองในครั้งนี้ด้วย

“ทราบจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่า ทั้งคู่ขับรถกระบะแบบ 4 ประตูคนละคัน มาจอดคู่กัน โดยที่ทางฝ่ายของนายสมหวัง กำลังจะขับรถออกไปทำธุระ ส่วนนายสมเดช ขับรถเข้ามาจอดที่ด้านข้าง จากนั้นนายสมเดชเดินลงมาจากรถ และเดินไปหานายสมหวังที่นั่งอยู่บนรถด้านฝั่งคนขับ จากนั้นไม่ทราบว่าพูดคุยอะไรกัน แต่ใช้เวลาไม่นาน ก่อนที่นายสมเดชจะใช้อาวุธปืนขนาด .38 ที่นำติดตัวมายิ่งใส่นายสมหวัง ที่นั่งอยู่ภายในรถจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.จิรวัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า มูลเหตุการใช้อาวุธปืนยิงกันในครั้งนี้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว หลังจากที่มีการเลือกตั้งนายกฯ แสะสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมา จึงกลายมาเป็นปัญหาคาใจระหว่างกัน แต่ยังไม่ได้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันมา ก่อนที่จะเกิดเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันในครั้งนี้ ซึ่งต้องรอการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์

ขณะเดียวกันเตรียมที่จะแจ้งข้อกล่าวหากับนายสมเดช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หลังจากทราบว่าแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว โดยในที่เกิดเหตุนั้นตรวจยึดอาวุธปืน ที่อดีตนายกใช้ก่อเหตุ คืออาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด รวมถึงปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 ปลอก ที่ยังคาอยู่ในลูกโม่ พร้อมกันนี้ให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ฉะเชิงเทรา มาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุไว้แล้ว

ที่มา มติชนออนไลน์